ร้องไห้ในที่ทำงานเรื่องปกติ หาเงินหลายทาง ไม่ทำงานบ้างก็ได้ เทรนด์ปี 2020

ข่าวเศรษฐกิจเกี่ยวกับการหารายได้พิเศษ

มีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงาน และผู้คนที่ทำงานในวงการโฆษณา ได้พูดคุยกันถึงเรื่อง โลกแห่งการทำงานในปี 2020 ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และสิ่งต่อไปนี้ คือสิ่งที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญ ได้คาดการณ์เอาไว้

การไม่ทำงาน คือมาตรฐานใหม่ ของการทำงาน

ในยุคปัจจุบัน มีเหล่าบรรดากลุ่มคนมิลเลนเนียล และ Gen Z เข้ามาในโลกแห่งการทำงานมากขึ้น แต่พวกเขาเหล่านั้น มีมุมมอง และให้คุณค่ากับการทำงานที่แตกต่างออกไป คือ พวกเขาไม่ได้มองว่า งานคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องทุ่มเทในเรื่องเวลา ให้กับงานมากนัก ทั้งนี้ยังรวมไปถึงผลงานวิจัย ที่ในช่วงหลัง ๆ เริ่มมีออกมาประกาศว่า การทำงานหนักเกินไป จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง โดยอาการ ซึมเศร้า เหงา หมดไฟ เป็นอาการทางใจ ที่คนในยุคนี้นั้นเป็นกันเยอะมาก นักจิตวิทยาท่านหนึ่งได้ออกมาบอกว่า เราอยู่ในยุคที่การทำงานนั้น เป็นเรื่องปกติมานาน จนทำให้เรานึกไม่ออกว่า โลกของการหยุดทำงานมันเป็นเช่นไร

ดังนั้น เทรนด์การทำงานในปี 2020  จึงเป็นปีแห่งการหยุดพักระหว่างวันทำงานบ้าง คือ หยุดทำงานไปเลย หยุดแบบไร้จุดหมาย ปล่อยตัวปล่อยใจให้อยู่ในสภาวะไร้จุดหมาย เพื่อให้สมองได้พัก และเกิดความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงจิตนาการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ในโลกของการทำงานในอนาคต

 

หาเงินหลายทาง ยังคงเป็นเรื่องยอดฮิต แต่ทำงานออฟฟิศ ก็อยากทำหลายอย่างเหมือนกัน

โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ Gen Z ต่างมุมมองต่อการทำงานว่า “ ไม่จำเป็นต้องทำงานเดียว” จากงานวิจัยของ The Open University ในปี 2017 พบว่า มีถึง 95% ในกลุ่มคน Gen Z มีความต้องการที่เปิดธุรกิจเป็นของตนเอง ซึ่งแตกต่างกับคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง เช่นคนรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง มิลเลนเนียล มีเพียงแค่ 47% เท่านั้น ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง นอกนั้นที่เหลือ 53% คือคน Gen Z ยังไม่นิยมทำงานที่เดียว หรือมีรายได้จากทางเดียว

ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความหมายของ “งาน” โดยถ้าหากคน Gen Z ที่ยังต้องทำงานในออฟฟิศ ยังไม่ได้ออกไปสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง ตามที่ฝันไว้ แต่พวกเขาก็ยังคงมีความต้องการ ที่จะได้อยู่ในองค์กร ที่สามารถผลักดันให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพได้หลายอย่าง โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาทำงานมากกว่า 1 งาน เพราะสุดท้ายพวกเขาเหล่านั้น ต่างชอบในความเปลี่ยนแปลง อีกทั้ง ยังต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

 

ร้องไห้ในที่ทำงานบ้าง อะไรบ้าง คือเรื่องปกติ

อย่างที่เราเห็นกันอยู่แล้วว่า คนในยุคนี้ ใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าคนยุคก่อน หากยังนึกภาพไม่ออก ให้คุณลองนึกถึง Co – Working Space ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. โดยที่คุณสามารถเข้าไปทำงานตอนไหนก็ได้ ซึ่งเทรนด์แบบนี้ จะนำมาสู่ความคิดเรื่องชีวิต และการทำงานที่แตกต่างออกไป เนื่องจากคนในยุคก่อน จะแยกการใช้ชีวิต และทำการทำงานออกจากกัน มากสุดจะอยู่ที่ทำงานเพียงแค่ 8 – 9 ชั่วโมงต่อวัน แต่หลังจากนั้น จะกลับบ้านเพื่อไปใช้ชีวิตส่วนตัว แต่ในยุคปัจจุบันนี้ แม้จะกลับถึงบ้านแล้ว ก็ยังหอบงานจากที่ทำงานกลับมาทำต่ออีกด้วย

ดังนั้น เมื่อคนในยุคนี้ใช้เวลาในที่ทำงานมากขึ้น จึงเกิดเทรนด์ใหม่ ของการใช้ชีวิตในที่ทำงาน โดยการมาทำงานไม่ใช่เพียงแค่พาร่างกาย หรือวิญญาณอันตายซากเข้ามาในออฟฟิศ แต่ต้องเปลี่ยนมาเป็นการใช้ชีวิตที่ต้องหาสมดุล และเป็นที่แน่นอนว่า ต้องมีเรื่องของ “อารมณ์” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า การร้องไห้ในที่ทำงานในยุคนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของการแสดงความอ่อนแออีกต่อไป แต่มันคือ อีกด้านของความเป็นมนุษย์ เพราะถึงที่สุดแล้ว เมื่อเราหัวเราะในทำงานได้ แล้วทำไมเราจะร้องไห้ในที่ทำงานไม่ได้ล่ะ

 

เงินเดือนไม่ใช่ความลับ ในยุค 2020 ผู้คนเริ่มพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลง “เงินเดือน” มากขึ้น

เรื่อง “เงินเดือน” ต่อไปนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องการสอดรู้สอดเห็นเท่านั้น แต่จะเปลี่ยนเป็นเรื่องที่นำมาซึ่งการสร้างบรรทัดฐาน และตรวจสอบความเข้าใจในเรื่องเงินเดือนได้มากขึ้น หรือจะอธิบายให้เจาะจงมากขึ้นคือ หากทำงานในตำแหน่งเดียวกัน ความรับผิดชอบเท่ากัน ในสายงานเดียวกัน มันมีความต่างในเรื่องของอัตราเงินเดือนหรือไม่ เมื่อเทียบระหว่างผู้ชาย กับ ผู้หญิง เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พูดคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องเงินเดือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเห็นความต่างที่เลือกปฏิบัติ หรือไม่เป็นธรรม สุดท้ายก็จะนำไปสู่การต่อรองนั่นเอง

 

ปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ถูกพูดถึงในที่ทำงานมากขึ้น

เรื่องปัญหาสุขภาพจิต จะถือเป็นเรื่องปกติในที่ทำงานมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเป็นโรคซึมเศร้า หรืออาการหมดไฟการทำงาน มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นของคนทำงานในยุคนี้ ดังนั้นการแก้ปัญหาในระยะยาวคือ การไปพบแพทย์ ดังนั้นเรื่องของการไปพบจิตแพทย์ ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ

แต่อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาทางด้านจิตใจในที่ทำงานนั้น ควรมีการจัดพื้นที่ให้กับพนักงาน เพื่อสร้างการพูดคุยแลกเปลี่ยน และทำให้มันเป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ต้องปกปิด หรือทำให้เป็นความลับ เพราะจะทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องนั่นเอง