ททท.ประเมินรายได้ปีนี้ทรุด60%ดันสร้างมาตรฐานท่องเที่ยวใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ททท.ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องเพาะมองว่าภาคการท่องเที่ยวจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดไวรัสทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความพร้อมในการปรับตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการกระตุ้นตลาดเพิ่มเติม โดยหากสถานการณ์ไวรัสระบาดในประเทศดีขึ้น รัฐบาลจำกัดการเดินทางออกจากบ้านน้อยลงหรือลดความเข้มข้นลง อนุญาตให้มีการเดินทางท่องเที่ยวได้คงต้องมาดูว่าถึงเวลานั้นคนจะอยากเดินทางท่องเที่ยวหรือไม่

ทั้งนี้ ประเมินว่าความต้องการในการออกเดินทางท่องเที่ยวยังมีอยู่ แต่รูปแบบอาจจะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะของเดินทางระยะใกล้ และออกเดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ มากกว่ากลุ่มใหญ่ รวมถึงไปในที่ที่มั่นใจว่ามีความปลอดภัยต้องไม่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสกลับมา

สำหรับภาพรวมรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวในขณะนี้ ประเมินว่าตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2563 จะอยู่ที่ 16 ล้านคน ตลาดไทยเที่ยวไทย อยู่ที่ 60 ล้านคน รายได้รวมทั้ง 2 ตลาด อยู่ที่ 1.12 ล้านล้านบาท ลดลงประมาณ 60% ทั้งในแง่ของรายได้และจำนวน หากเทียบกับปี 2562

อย่างไรก็ตามหลังจากที่โควิด-19 คลายตัวแล้วททท.จะเดินหน้ากระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักมากขึ้นอีกครั้ง แต่จะเปลี่ยนคำเป็นท่องเที่ยวไทยสุดวิบวับแทน เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น รวมถึงขอความร่วมมือในส่วนของการจัดประชุมสัมมนาจากหน่วยงานราชการ และองค์กรเอกชน เพื่อให้เป็นกลุ่มแรกๆ ในการเริ่มต้นเดินทางแบบวิบวับมากขึ้น โดยสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมในภาคการท่องเที่ยว ททท.ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย ทั้งในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน ระหว่างผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเทียบเคียงกับข้อปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) หลังจากมีความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติแล้ว จะนำมาใช้เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาคการท่องเที่ยวต่อไป