เลือกช่องทางขายอย่างไร ให้ตรงกับสินค้า

คัมภีร์เศรษฐี 4.0

การเพิ่มช่องทางการขาย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายให้กับผู้ประกอบการได้ เพราะเท่ากับเพิ่มโอกาสให้กับผู้บริโภคได้เห็นสินค้า แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว เพราะก็ยังมีผู้ประกอบการท่านอื่น ๆ ที่คิดเหมือนกับคุณ ทีนี้ขึ้นอยู่กับเคล็ดลับที่ต้องเลือกช่องทางขาย ให้เหมาะกับสินค้า เพื่อเปิดช่องทางการขายให้ถูกจุด และในวันนี้เรามีเทคนิคในการเลือกช่องทางการขายที่เหมาะสมกับสินค้า มาให้คุณได้ศึกษากัน ดังนี้

1. รู้จักสินค้าของตัวเอง

คุณต้องรู้ว่าสินค้าของคุณนั้น เหมาะกับลูกค้าแบบไหน เพราะในการที่จะสามารถกำหนดกลุ่มลูกค้าได้นั้น ต้องวางแผนเป้าหมายของธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อให้แนวทางในการทำธุรกิจง่ายขึ้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงช่องทางในการทำตลาดด้วย

 

2. รู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา

ซึ่งวิธีที่คุณจะรู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของช่องทางคือ ผู้ประกอบการควรไปสำรวจยังสถานที่จริง ดูว่าสินค้าของคุณถ้าหากวางในช่องทางจำหน่ายนั้น ๆ แล้วพิจารณาดูว่าสินค้าของคุณเหมาะที่จะวางเอาไว้ตรงไหน พร้อมกับสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคไปด้วย

 

3. อายุสินค้า

เนื่องจากว่า ก่อนที่สินค้าจะถึงมือผู้บริโภคนั้น ต้องมีปัจจัยเรื่องเวลา ตั้งแต่การขนส่งสินค้าไปจนถึงมือลูกค้าเข้ามาเกี่ยวด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงการเลือกช่องทางที่จะนำสินค้าไปขาย ต้องสัมพันธ์กับอายุของสินค้าด้วย

 

4.บรรจุภัณฑ์เหมาะสม

เน้นดีไซน์ที่สวยงาม และเหมาะสม เช่น หากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ เป็นกลุ่มไฮเอนด์ ลักษณะบรรจุภัณฑ์ควรมีลักษณะสวยงาม หรูหรา นอกจากนี้ เรื่องของขนาดบรรจุภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ เช่นหากวางขายในช่องทางการจัดจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ ขนาดของบรรจุภัณฑ์ต้องมีขนาดเล็ก เป็นต้น รวมถึงบรรจุภัณฑ์นั้น ต้องป้องกันความเสียหาย หรือช่วยยืดอายุให้แก่สินค้าได้ เช่น เครื่องดื่มที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว อาจทำให้สินค้าดูดี และมีราคา แต่อาจต้องมีการออกแบบลังบรรจุเป็นแบบพิเศษ หรืออาจเปลี่ยนจากวัสดุขวดแก้ว มาเป็นขวดพลาสติก แต่มีไซน์ที่ให้ความรู้สึกเท่าขวดแก้ว

 

5. ศึกษาเงื่อนไข และค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน

หากช่องทางการจำหน่ายนั้น มีค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวณเป็นต้นทุน ต้องคำนวณให้ครบถ้วน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้น จะมีค่าใช่จ่ายหลัก ๆ ประกอบไปด้วย ค่าเปิดหน้าบัญชี หรือค่าแรกเข้า รายได้จากการขายสินค้า ค่าชั้นวางสินค้า ค่ากระจายสินค้า ค่ากิจกรรมทางการตลาด และที่สำคัญผู้ประกอบต้องพิจารณาเงื่อนไขเครดิตการจ่ายเงินของช่องทางการจำหน่ายด้วยว่า เป็นลักษณะใดสัมพันธ์กับวงจรเงินธุรกิจของคุณหรือไม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ต้องนำมาคำนวณให้ครบก่อนตั้งราคา จากนั้นพิจารณาว่า คุ้มทุนหรือไม่ หากคุณนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายช่องทางนั้น

 

 

 

WooCommerce WooCommerce