หารายได้เสริม ขายของใน IG อย่างไร ให้รวย

แนะนำอาชีพเสริม

อย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ Instagram หรือ IG นั้น กลายเป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมสำหรับคนไทย ซึ่งจุดเด่นใน IG นั้นคือ การเล่าเรื่องผ่านรูปภาพ และที่สำคัญ แอพพลิเคชั่น IG ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย จึงเหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้นจึงทำให้หลาย ๆ คน โดยเฉพาะเหล่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย จึงมองเห็นช่องทางตรงนี้ ผันตัวมาขายสินค้าผ่านทาง IG กันอย่างมากมาย จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ร่ำรวยไปก็เยอะ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ต่าง ๆ ก็หันเหมาใช้ IG เพื่อเป็นการโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่นิยม

แต่ใช่ว่าทุกท่านจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเราเชื่อว่าในหลาย ๆ ท่านอาจกำลังพบกับปัญหาโลกแตกอยู่ว่า ทำฉันถึงขายของใน IG ไม่ได้เลย ทำไมลูกค้าไม่ซื้อของจากร้านฉันเสียที ซึ่งในวันนี้แอดมินมีคำตอบมาให้ค่ะ ว่าจะขายของในไอจียังไงให้รวย มีเคล็บลับอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. ตั้งชื่อร้านให้จำง่าย และชัดเจน

เพราะชื่อร้านคือสิ่งแรกที่ดึงดูดใจลูกคค้าให้เข้ามาเปิดดู ดังนั้นการตั้งชื่อร้านที่ดี ควรเป็นชื่อที่บ่งบอกถึงสินค้าที่เรากำลังขายอยู่ และที่สำคัญ ควรเป็นชื่อที่สามารถจดจำได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการค้นหานั่นเอง

2. ใส่ข้อมูลในการติดต่อให้ครบถ้วน

การที่เรากรอกข้อมูลในช่องโปรไฟล์ครบถ้วนนั้น มีข้อดีคือ คนที่กดเข้ามาดูจะรู้ได้ทันทีว่าเราขายสินค้าอะไร สินค้าเรามีจุดเด่นตรงไหนบ้าง ข้อมูลติดต่อมีไว้อย่างชัดเจน แต่ควรจะเขียนข้อมูลเหล่านี้ ให้กระชับ อ่านแปปเดียวสามารถเข้าใจได้ทันที

3. ใส่ Caption สินค้าให้ครบถ้วน และชัดเจน

ในการใส่รายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วนนั้น เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะเป็นส่วนที่อธิบายว่า สินค้าของเราคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง จุดเด่นของสินค้าเราคืออะไร ราคาต้องบอกให้ชัดเจน เป็นสินค้ามือหนึ่ง หรือมือสอง อาจเสริมการเลือกใช้ Emoji ที่เกี่ยวข้องมาใส่ในข้อความ เพื่อทำให้ข้อความน่าอ่านมากขึ้น ดังนั้นการที่เราใส่ Caption ครบถ้วน นอกจากจะช่วยให้ขายของง่ายแล้วนั้น เรายังไม่ต้องมาคอยวุ่นวายตอบคำถามลูกค้าซ้ำ ๆ

4. โพสต์ให้ถูกเวลา เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า

คุณรู้ไหมว่า ช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น. – 21.00 น. คือช่วงที่คนไทยใช้เวลากับโซเชียลเน็ตเวิร์กมากที่สุด ทั้งนี้รวมไปถึง การเล่น IG ด้วยแน่นอน ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่า การเลือกโพสรูปในเวลานี้ จะมีโอกาสเห็นสินค้าของคุณมากขึ้น

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องโพสแต่เวลานี้เท่านั้น มันต้องขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าของคุณด้วย เช่นหากลูกค้าของคุณคือ กลุ่มนักเรียน อาจเลือกโพสช่วงเวลาหลังเลิกเรียนเป็นหลัก หรือหากลูกค้าคุณเป็นกลุ่มแม่บ้าน การโพสต์ในช่วงกลางวัน จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า

 

 

WooCommerce WooCommerce