“หมอทวีศิลป์” ย้อนอดีตช่วงวัยเด็กที่ยากลำบาก แต่ได้ความรักจากพ่อแม่เป็นเหมือนภูมิคุ้มกัน
(24 ม.ค.64) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) หรือ ศบค. โพสต์ข้อความผ่านเพซบุ๊ก More ทวีศิลป์ หัวข้อ วันหยุดคิดถึงอดีต มีเนื้อหาดังนี้
#วันหยุดคิดถึงอดีต
ช่วงวัยเด็กผมอยู่ในครอบครัวที่ฐานะค่อนข้างยากลำบาก
ในครอบครัวเราถ้าพูดถึงความลำบากในทางกาย ผมก็เจอมาเยอะเลย
ทั้งต้องตื่นเช้าไปขอน้ำข้าวตามบ้านต่างๆในตลาดเทศบาลสองที่โคราช
แบกมาใส่รวมกันขึ้นรถเข็นรถสามล้อแล้วเอามาผสมกับรำข้าวต้มให้หมูกิน เพื่อประหยัด
คุ้ยขยะเฟอร์นิเจอร์เพื่อหาเศษไม้ดีๆไว้ใช้แยกส่วนที่ไม่ดีก็ทำเป็นฟืนต้มข้าวให้หมูกิน
แต่เราก็โชคดีที่ได้ความรักจากพ่อแม่เราที่ได้ดูแลพวกเรามาตลอดมา
ในความทุกข์ที่พ่อแม่ไม่มีเงิน แต่มองกลับอีกด้านก็เป็นข้อดีที่ทำให้พ่อแม่ก็อยู่กับเราตลอดเวลา
พ่อกับแม่ช่วยกันทำมาหากิน ขายของชำ ขายอาหารเล็กๆน้อยๆและเลี้ยงหมู ท่านก็จะมีเวลาอยู่บ้านและดูแลลูก ได้ทั้งวัน
ยังจำได้วันเสาร์อาทิตย์พ่อกะแม่และลูกๆ5คนอยู่บ้าน พ่อกะแม่จะทำอาหารให้พวกเรากินกัน ช่วยกันปรุงช่วยกันทำ
อาหารจานโปรดก็มีหลายอย่าง อย่างนึงที่จำได้คือส้มตำ
ที่นอกจากเส้นมะละกอที่ต้องช่วยกันเฉาะออกจากลูกมะละกอทำเป็นเส้นๆแล้ว
เรายังสนุกกับการปรุงรสส้มตำโดยการใส่พริกขี้หนู
ในสูตร
#5ครก5คน
ลูกคนโต(ทวีศักดิ์)พริกต้อง5เม็ด ผมคือ4เม็ด หมี(ทวีชัย)3เม็ด โชค(ทวีโชค) 2เม็ดไล่เรียงไปถึงเหมียวน้องสาวคนสุดท้อง(ระวีวรรณ) เหลือ1เม็ด
กินกันเผ็ดจนน้ำหูน้ำตาไหลหัวเราะกันสนุกสนานลั่นบ้าน
เป็นการฝึกการกินเผ็ดที่อาจแสดงถึงความโตตามวัยกันไปด้วย
ในความทุกข์เรากลับไม่มองในส่วนของความทุกข์ เรามองย้อนกลับไปแบบซาบซึ้งในความรักที่พ่อแม่มีให้เรา
ภาพจำของผมคือพ่อจะพาลูกๆเข้านอนทาน้ำมันหอมๆให้ลูกๆทุกคน ก่อนนอน ทำให้ได้สัมผัสถึงความรักความห่วงใยแม้เวลาก่อนนอน
ทำให้พวกเราหลับอย่างมีความสุข
ผมจึงมีภาพจำในวัยเด็กที่จะมีแต่ความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ซึ่งเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันจิตใจผมมาจนถึงทุกวันนี้
วันที่ผมเจอความทุกข์ผมเลือกที่จะบีบความทุกข์ให้เล็กลง ขยายความสุขให้ใหญ่ขึ้น
ความสุขเหล่านี้มันเคยมีและยังมีตลอดเวลา ขึ้นกับเราเลือกที่จะทำอย่างไรกับมัน
อยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับหลายๆครอบครัวทุกวันนี้เราอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบากแต่ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กันและกันโดยเฉพาะในครอบครัวของเรานะครับ
วันนี้วันอาทิตย์มีเวลาให้กับครอบครัวกันนะครับ
ครอบครัวผมเองตั้งแต่ลูกเล็กๆ ในวันหยุดผมก็จะอยู่บ้านกับครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นสิ่งที่เหมือนเราสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับลูกที่เราต้องมีเวลา ความรัก ความต่อเนื่องและคุณภาพที่ดี คงที่และสม่ำเสมอ ทำให้ลูกอบอุ่นปลอดภัย ช่วยให้ลูกมีเกราะสำคัญที่เป็นภูมิคุ้มกันในจิตใจให้กับลูกนะครับ
———
โดยมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น
– เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาจาก ปู่ย่า สู่ครอบครัวของ คุณหมอ ขอให้ครอบครัวคุณหมอมีความสุขมากๆนะคะ
– ตื้นตันใจแค่ตัวอักษรที่คุณพ่อถ่ายทอดลง ทำให้คิดถึงพ่อกับแม่ที่เลี้ยงดูมา สัมผัสถึงวิธีการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูลูกไปไม่แปลกใจทำไมคุณหมแถึงอบอุ่นแค่รอยยิ้มและน้ำเสียงที่ถ่ายทอดมาทุกครั้ง แล้วในครอบครัวคุณหมอจะอบอุ่นขนาดไหน เพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์คุณหมอ ไม่ต้องเอ๋ยถึงครอบครัวเลยดู/สัมผัสได้ว่าครอบครัวอบอุ่นจากพ่อแม่การเลี้ยงดูขอบคุณ ที่วิกฤตโควิด-19ทำให้ปชช./ปทท.ได้สัมผัสความอบอุ่นความใส่ใจของคุณหมอที่ถ่ายทอดให้ปชช.น้อยได้รับรู้ ตื้นตันใจมากคะ แบบอย่าง/ตัวอย่างที่ดีทุกด้าน #หมอทวีศิลป์#
– อ่านแล้วชุ่มชื่นใจจังเลยค่ะ
หากคุณหมอกักตัว 14 วัน คงมีเรื่องราวดี ๆ มาแบ่งปันมากมาย น่าเสียดายจังค่ะ😀
– หมอเป็นตัวอย่างของคน”ไฝ่ดี”ไม่ว่าครอบครัวจะไม่สมบูรณ์แบบ(ทางด้านกำลังทรัพย์)แต่สมบูรณ์แบบด้วยพ่อแม่ดี,ลูกๆดีและมีความสุขตามอัตภาพ ชื่นชมคุณหมอนะคะ👍👍👍👍👍
– ภูมิคุ้มกันชีวิตมาจากครอบครัวจริงๆ ขอบคุณคุณหมอนะคะ จะพยามหดความทุกข์ให้เล็กลงตามที่คุณหมอบอก เพราะทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบขยายความทุกข์ให้ใหญ่ขึ้นตลอดเวลา
– เคยดูหมอออกรายการนานแล้ว ชื่นชมที่แม้จะลำบาก แต่ความรักความอบอุ่นและการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ หล่อหลอมให้5พี่น้องประสบความสำเร็จและเป็นคนดีของสังคม
– อ่านเรื่องราวของคุณหมอทีไรมีความสุขความชุ่มชื่นหัวใจทุกครั้งเลยทำให้คนอีกมากมายมีพลังในการดำเนินชีวิตขอบคุณในทุกเรื่องที่เอามาให้อ่านค่ะ🤍💜
– นำไปเล่าให้ลูกชายคนเดียวฟังว่า ในวัยเด็กแม่สบายกว่าหมอทวีศิลป์ แต่เข้าใจ และเห็นภาพในสิ่งที่หมอทวีศิลป์เล่าค่ะ
– อยากแลกทั้งหมดที่มีกลับไปเป็นครอบครัวจนๆที่อุ่นไอรักเช่นกันกินอาหารเลิศหรูแค่ไหนก็อดคิดถึงก๋วยเตี๋ยวสองชามกับข้าวของเราที่ล้อมวงแบ่งปันกันกินปรุงเผ็ดๆหน่อย ก๋วยเตี๋ยวอยู่ยาวจนข้าวหมดจาน อร่อยไม่เคยลืม🍎 55555ชื่นชมกับศักดิ์ศรีของเม็ดพริกในส้มตำจัง
– เกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมากเช่นกันค่ะ พ่อกับแม่ก็เลี้ยงหมูเป็นเหมือนกระปุกออมสินสำหรับค่าเล่าเรียนของลูกๆ 8 ชีวิต ต้องหาบน้ำมาล้างคอกหมู หั่นต้นกล้วยเป็นแว่นบางๆ ผสมกับข้าวที่หุงด้วยกระทะใบบัวไม้พายอันใหญ่ที่สูงกว่าตัวเรายามนั้นมาก ตอนหุงข้าวผสมต้นกล้วยนี้คืองานหนักมากก็ตอนใช้ไม้พายคนข้าวไม่ให้ไหม้ติดกันกระทะ แต่มีความสุขมากค่ะในยามเด็ก ทุกคืนก่อนนอนแม่จะเล่านิทานชาดกในพระพุทธศาสนาให้ลูกๆ ฟัง หวนคิดย้อนกลับรู้สึกขอบคุณความยากจนเลยค่ะคุณหมอ